องค์ประกอบของ Tablet PC
Video อธิบายส่วนประกอบโดยพื้นฐานของ Tablet
ไม่ว่าจะเป็นแบบหรือแบรนด์ของยี่ห้อใด องค์ประกอบพื้นฐานจริง จะประกอบด้วยสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้
1. ระบบปฎิบัติการ
Tablet PC ก็เหมือนคอมพิวเตอร์ทั่วๆไปที่ต้องมีระบบปฎิบัติการ(Microsoft Windows) แต่ของ Tablet PC ก็จะมีระบบปฎิบัติการเฉพาะเช่นกัน ซึ่งระบบปฎิบัติการมีหลากหลายระบบ ที่ Tablet PC ต่างเลือกใช้
- ระบบ iOSiOS เป็นระบบปฎิบัติการของ Apple โดย iOS นั้นมีทั้งบน iPhone, iPod Touch และ iPad แต่ทั้ง 3 ตัวมีวัตถุประสงค์การใช้งานต่างกันไปอย่างชัดเจน โดย iPad นั้น apple กำหนดให้เป็น Tablet ที่ใช้งานด้านการเล่นเน็ต, เปิดไฟล์, ดูหนังฟังเพลง, อ่าน E-Book เป็นหลัก ด้ ซึ่ง iOS มีจุดเด่นทั้งเรื่องความเร็ว, การตอบสนองของโปรแกรม, โปรแกรมและเกม ที่รองรับ iOS มีให้เลือกลงได้มากกว่า 350,000 โปรแกรมโดยสรุปนั้น iOS เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งานด้านความบันเทิงเป็นหลัก รวมถึงมีโปรแกรมสนับสนุนให้เลือกใช้(และเสียเงิน)ที่มีมาก
- Android OSAndroid OS ถือได้ว่ามีระดับความนิยมที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอันมีผลมาจาก(1) Android OS เป็นซอฟต์แวร์แบบ Open Source ที่ทำให้มีผู้นำไปพัฒนาต่อยอดได้ (2) Google ให้การสนับสนุน และ (3) หลายค่ายให้ความสนใจคว้าไปใส่ในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ทำให้มีผลิตภัณฑ์ในตลาดค่อนข้างมาก จุดนี้จึงกลายมาเป็นจุดแข็งของ Android อีกจุดหนึ่ง ที่กำลังไล่ตาม Apple มาติดๆ
- Windows OSWindows ถือเป็น OS ระดับตำนานที่ครั้งนึงเป็นผู้บุกเบิกนำ Windows จับมาใส่บน Tablet PC แต่กลับไม่ได้รับความนิยม จนต้องหยุด แต่ Windows สำหรับ Tablet PC ไม่ได้ตายสนิท จะพบว่ากระแสข่าวของ Windows จะกลับมาโลดแล่นบน Tablet PC อีกครั้ง
- Symbian OSSymbiam คือ ระบบปฏิบัติการประเภท Opensource เช่นเดียวกับ Andriod เป็นระบบปฎิบัติการ ที่ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะของ Nokia ส่วนใน Tablet PC ในปี 2555 นี้ Symbian คงเป็นอีก OS ที่จะเข้ามาร่วมวงด้วยแน่
โดยสรุปแล้ว ณ วันนี้ ในด้านระบบปฎิบัติการก็ยังคงมีแค่คู่ฟัดตลอดกาลระหว่าง iOS และ Andriod OS ที่จะต้องตู่สู่ในสนาม Tablet PC กันอีกยาวนาน
2. ขนาดและรูปฟอร์ม
ปัจจุบัน Tablet PC มีขนาดที่แบ่งออกเป็นกลุ่ม หลักๆ อยู่ 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม 5 นิ้ว, กลุ่ม 7 นิ้ว และกลุ่ม 10 นิ้ว โดย iPad ของ Apple ซึ่งปัจจุบันยังคงสร้างด้วยมาตรฐานบนขนาดประมาณ 9 นิ้ว ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่ม 10 นิ้ว ด้วย แต่ด้วยกลยุทธ์การตลาดของบางแบรนด์ได้ออกรุ่นที่มีขนาดอื่นๆออกมา เพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งขนาดที่แยกย่อยเหล่านี้ อาจดูโดดเด่นในระยะเวลาหนึ่ง แต่ระยะเวลาคงอยู่ในตลาดก็เป็นเรื่องที่น่านำมาพิจารณาว่าจะยังคงยึดติดในตลาดได้ยาวนานเพียงใด เพราะจะส่งผลถึงชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับการซ่อมแซม รวมไปถึง accessories อุปกรณ์สนับสนุนโดยเฉพาะตัว case หรือกระเป๋าที่อาจจะหาไม่ได้
3. กล้อง
นับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Tablet มีกระแสตอบรับในผู้บริโภคไอที เพราะเป็นส่วนช่วยให้การติดต่อสื่อสารในโลกออนไลน์มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน กล้องมาตรฐานที่มีมาใน Tablet PC จะมีอยู่ 2 ตัว ที่เรียกว่ากล้องด้านหน้า และกล้องด้านหลัง
กล้องด้านหน้า(1) มีไว้เพื่อการเชื่อมต่อในการสนทนา ความละเอียดไม่สูงมากนัก 0.3 - 2 MP
กล้องด้านหลัง(2) มีจุดประสงค์หลักในการถ่ายภาพเป็นการเฉพาะ จึงมีความละเอียดค่อนข้างสูง อยู่ระหว่าง 3-5 MP พร้อม flash ในตัว
4. การเชื่อมต่อเครือข่าย
ลักษณะการใช้งานโดยทั่วไปแล้ว Tablet PC จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม นั่นก็คือ
5. เชื่อมต่อเสริมอุปกรณ์อื่น
นอกจากส่วนเชื่อมต่อระบบชาร์จไฟแล้ว ก็จะมีส่วนเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกเครื่อง ได้แก่
5.1 แบบเชื่อมต่อโดยตรง ซึ่ง Tablet PC กลุ่มนี้จะมีความพร้อมในการใช้งานมากกว่า แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตัวโครงสร้างมีขนาดค่อนข้างหนาสักนิด ดังตัวอย่าง ด้านล่าง
5.2 อีกแบบที่คงเอกลักษณ์ด้านความบาง ทำให้การออกแบบโครงสร้าง(body) ต้องลดช่องการเชื่อมต่อ หลายๆ อย่างออกไป แต่การเชื่อมต่อ เป็นเรื่องจำเป็น จึงต้องพึ่งพาอุปกรณ์เชื่อมต่อกลางที่เรียกว่า adapter ซึ่งเมื่อนำมาต่อใช้งานก็ค่อนข้างดูไม่เรียบร้อย ซึ่งลักษณะแบบนี้ที่เห็นได้ชัดเจนก็มี Galaxy Tab รวมถึง iPad ของ Apple ด้วย
6.1 CPU
หน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU ถูกพัฒนาความเร็ว มาหลายระดับตั้งแต่ 800 MHz ปัจจุบัน (มกราคม 2555) มีความเร็วในระดับ 1.5 GHz dual core
สำหรับ CPU ที่ใช้ใน Tablet PC มีหลากหลายรุ่น อาทิ
ARM Cortex A8 แบบ Single Core ความเร็ว 1.0 GHz,
Allwinner A10 แบบ Single Core ความเร็ว 1.2 GHz
Oak Trail chip แบบ Single Core ความเร็ว 1.5 GHz
Apple A5 แบบ Dual Core ความเร็ว 1.0 GHz
ARM Cortex A9 แบบ Dual Core ความเร็ว 1.5 GHz
AMD C-50 แบบ Dual Core ความเร็ว 1.0 GHz
nVidia Tegra 2 Dual Core ความเร็ว 1.0 GHz
Intel Atom N450 Single Core ความเร็ว 1.0 GHz
Intel Atom N550 Dual Core ความเร็ว 1.0 GHz
และในปลายปี 2555 CPU ระดับ Quad core ก็จะมีใน Tablet PC ในหลายแบรนด์
6.2 Graphic Core
เป็นหน่วยประมวลผลกราฟิกเพื่อแสดงข้อมูลออกมาบนจอภาพ เป็นอีกสิ่งที่มีการพัฒนาทำให้การแสดงผลมีความละเอียด ตอบสนองในการแสดงผลที่ resolution ระดับ HD ปัจจุบันมี graphic core ที่ใช้ใน Tablet ดังนี้
PowerVR SGX535 ของ intel
AMLogic 8726-M
ATI Radeon HD 6250
Mali-400 OpenGL ES2.0/VG
7. หน่วยความจำชั่วคราว : Ram
เป็นอีกปัจจัยสำคัญของการทำงานใน Tablet PC เหมือนคอมพิวเตอร์ทั่วไป ที่จำเป็นต่อการทำงานในการประมวลผลที่รวดเร็ว ราบรื่น ซึ่งก็มีตั้งแต่ 128 MB 256 MB 512 MB จนถึง 1024 MBซึ่งถ้ามีมากขึ้นก็จะส่งผลให้ทำงานได้ ดียิ่งขึ้น
8. ระบบเสียง
เป็นอีกสิ่งที่นับเป็นเสน่ห์สำคัญของ Tablet ซึ่งในหลายแบรนด์สามารถให้ระบบเสียงที่มีความสมจริงคมชัด ด้วยระบบที่แตกต่างกันไป อาทิ SRS Sound, แต่สำหรับความดังแล้ว คงดังพอสมควรเท่านั้น ปัจจุบันมีผู้ผลิตระบบเสียงสำหรับต่อพ่วง Tablet PC ที่เห็นมีมากที่สุดก็ใช้กับ iPad ส่วนฝั่ง Andriod ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ต่างๆ ไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ซึ่งถ้าหากผู้ใช้จะหามาต่อเพิ่มจะต้องซื้อชุดลำโพงโมบายแล้วต่ออกทาง ช่องหูฟัง เท่านั้น
9. หน้าจอและการแสดงผล
ส่วนนี้ถือเป็น interface สำคัญในการติดต่อระหว่าง Tablet PC กับผู้ใช้ ตัวหน้าจอจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ
1. แบบ Resistive
เป็น touchscreen ต้นทุนต่ำ ต้องใช้ของแข็งเช่น Stylus ในการจิ้มสั่งการไม่รองรับ multitouch (แต่อนาคตกำลังมี software ที่สนับสนุนให้ใช้ multitouch ได้)
2. แบบ Capacitive.
เป็นเทคโนโลยีที่มีราคาสูงกว่า Resistive รองรับการใช้นิ้วจิ้มสั่งการแบบ multitouch ที่ตอบสนองได้เร็ว
ส่วนวัสดุ มีการพัฒนาโดยใช้วัสดุที่แตกต่างกันไปอาทิ Sony จะใช้ LED-backlit IPS, ทาง Toshiba ก็ใช้ Regza Resolution ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการแสดงผลในจอทีวีของตนเอง การสัมผัสหน้าจอต้องมีจุดสัมผัสที่ครอบคลุมในทุกตำแหน่งของหน้าจอด้วย(multi touch multi point) ซึ่งในแต่ละแบรนด์จะมีการบ่งบอกคุณลักษณะนี้ อาทิ 5 point Multi Touch
นอกจากนั้นการแสดงผลก็ให้รายละเอียดที่แตกต่างกัน อาทิ
800 x 480 pixels (16:9)
1,024 x768 pixels (16:9)
1,280x800 pixels (16:10)
หัวใจสำคัญอีกประการในส่วนการแสดงผลของ Tablet PC ก็คือ ระบบ Gravity Sensor (G-Sensor) สำหรับตรวจสอบระดับและตำแหน่งแกนการใช้งานของตัวเครื่อง ไม่ว่าท่านจะใช้งานในแนวตั้งหรือแนวนอน ระบบจะทำการปรับหน้าจอมาอยู่ตำแหน่งการแสดงผลข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ Tablet PC ส่วนใหญ่ จะรองรับการ sensor 4 แกน แต่ก็มีประเภท 3 แกนก็มี ซึ่งจะมีผลให้การ sensor ทำได้ไม่ไวเท่าที่ควร
10. ซอฟท์แวร์สนับสนุน
ทั้งสองค่ายไม่ว่า iOS ของ Apple กับ Andriod ต่างให้การพัฒนา application สำหรับใช้ใน Tablet ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแบบใช้ฟรี หรือต้องจ่ายค่าใช้งานก็ตาม ณ วันนี้แม้ว่าฝั่งทาง Apple ดูจะมี App รองรับการทำงานที่มากกว่าก็ตาม แต่ด้วยการที่ Andriod เป็น Opensource ก้เป็นส่วนช่วยให้ App ของฝั่ง Andriod มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
11. พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน
จากการที่ Tablet PC มีขนาดค่อนข้างบาง ดังนั้นเพื่อประหยัดพื้นที่ หน่วยเก็บข้อมูลจึงใช้ระบบ Solid state ทั้งหมด ขนาดความจุที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะมีตั้งแต่ 8GB, 16GB, 32GB และ 64GB นอกจากนี้ยังมีการนำหน่วยเก็บความจุขนาดใหญ่แบบ harddisk มาใช้ในการเก็บข้อมูล อาทิ Gigabyte รุ่น S-1080 ใช้หน่วยเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ถึง 320 GB เลยที่เดียว
12. พลังงานและระยะเวลาการใช้งาน
สิ่งนี้นับเป็นปัจจัยอีกประการในการพิจารณาการมีไว้ใช้ เพราะการใช้ Tablet PC ส่วนใหญ่ จะใช้งานแบบพกพา ไม่ได้เสียบสายไฟไว้ ดังนั้น Tablet PC ต้องสามารถทำงานได้ยาวนาน ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากแบตเตอรี่ภายใน ซึ่งค่าความจุพลังงานจะมีแตกต่างกันไป (ตัวเลขมาก ความจุยิ่งมากการใช้งานยิ่งยาวยาน) อาทิ 1,600 mAh, 3250mAh(ใน Lenovo), 4000mAH, 5100mAh(ใน galaxy tab7.7นิ้ว), 6100mAh(ใน galaxy tab8.9นิ้ว), 7000 mAh(ใน galaxy tab10.1นิ้ว) และในอนาคตจะมีขนาดสูงถึง 14,000 mAh(จะมีใช้ใน New iPad)
สำหรับระยะเวลาการใช้งานจะอยู่ 5 - 8 ชั่วโมง นอกจากนี้ Tablet PC ยังต้องมีระบบจัดการพลังงาน เพื่อควบคุมการใช้พลังงานใน mode ที่ระบบตรวจสอบว่าผู้ใช้ไม่ได้ใช้งานอีกด้วย
2. ขนาดและรูปฟอร์ม
ปัจจุบัน Tablet PC มีขนาดที่แบ่งออกเป็นกลุ่ม หลักๆ อยู่ 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม 5 นิ้ว, กลุ่ม 7 นิ้ว และกลุ่ม 10 นิ้ว โดย iPad ของ Apple ซึ่งปัจจุบันยังคงสร้างด้วยมาตรฐานบนขนาดประมาณ 9 นิ้ว ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่ม 10 นิ้ว ด้วย แต่ด้วยกลยุทธ์การตลาดของบางแบรนด์ได้ออกรุ่นที่มีขนาดอื่นๆออกมา เพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งขนาดที่แยกย่อยเหล่านี้ อาจดูโดดเด่นในระยะเวลาหนึ่ง แต่ระยะเวลาคงอยู่ในตลาดก็เป็นเรื่องที่น่านำมาพิจารณาว่าจะยังคงยึดติดในตลาดได้ยาวนานเพียงใด เพราะจะส่งผลถึงชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับการซ่อมแซม รวมไปถึง accessories อุปกรณ์สนับสนุนโดยเฉพาะตัว case หรือกระเป๋าที่อาจจะหาไม่ได้
ข้อสังเกตุ
iPad ของ Apple จะเป็นแบรนด์ที่มีความคงทน ทั้งในตัวสินค้าและaccessories อุปกรณ์สนับสนุนทุกชนิด3. กล้อง
นับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Tablet มีกระแสตอบรับในผู้บริโภคไอที เพราะเป็นส่วนช่วยให้การติดต่อสื่อสารในโลกออนไลน์มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน กล้องมาตรฐานที่มีมาใน Tablet PC จะมีอยู่ 2 ตัว ที่เรียกว่ากล้องด้านหน้า และกล้องด้านหลัง
กล้องด้านหน้า(1) มีไว้เพื่อการเชื่อมต่อในการสนทนา ความละเอียดไม่สูงมากนัก 0.3 - 2 MP
กล้องด้านหลัง(2) มีจุดประสงค์หลักในการถ่ายภาพเป็นการเฉพาะ จึงมีความละเอียดค่อนข้างสูง อยู่ระหว่าง 3-5 MP พร้อม flash ในตัว
ลักษณะการใช้งานโดยทั่วไปแล้ว Tablet PC จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม นั่นก็คือ
- แบบที่มีการเชื่อมต่อเฉพาะ WiFi
- แบบที่เชื่อมต่อทั้ง WiFi และโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G (ซึ่งสามารถเชื่อต่อระบบอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง นอกจากนี้ ในบางรุ่นยังรองรับการโทรศัพท์ได้ด้วย ซึ่งการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรศัพท์ผู้ซื้อต้องพิจารณาให้ดีด้วยเพราะแต่ละเครื่องอาจจะรองรับไม่ครบทุกระบบ)
นอกจากส่วนเชื่อมต่อระบบชาร์จไฟแล้ว ก็จะมีส่วนเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกเครื่อง ได้แก่
- ช่องต่อสำหรับหูฟัง (3.5 mm Audio headphone jack)
- ช่องต่อสัญญาณแบบ (mini) HDMI สามารถนำภาพออกผ่านสาย HDMI ได้เลย
- ช่องต่อสาย USB บางรุ่นสามารถนำ Flash Drive หรือ External Harddisk มาต่อได้โดยตรง บางรุ่นต้อง Adapter แปลงหัว 20 หรือ 30 Pin มาแปลงเป็น USB
- ช่องต่อส่วนการอ่าน media card
- สำหรับรุ่นที่เชื่อมสัญญาณโทรศัพท์ก็จะมีช่องใส่ SIM card เพื่อโทรออก หรือต่ออินเทอร์เน็ต
- ส่วนเชื่อมต่อช่องเสียบ Micro SD Card
5.1 แบบเชื่อมต่อโดยตรง ซึ่ง Tablet PC กลุ่มนี้จะมีความพร้อมในการใช้งานมากกว่า แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตัวโครงสร้างมีขนาดค่อนข้างหนาสักนิด ดังตัวอย่าง ด้านล่าง
5.2 อีกแบบที่คงเอกลักษณ์ด้านความบาง ทำให้การออกแบบโครงสร้าง(body) ต้องลดช่องการเชื่อมต่อ หลายๆ อย่างออกไป แต่การเชื่อมต่อ เป็นเรื่องจำเป็น จึงต้องพึ่งพาอุปกรณ์เชื่อมต่อกลางที่เรียกว่า adapter ซึ่งเมื่อนำมาต่อใช้งานก็ค่อนข้างดูไม่เรียบร้อย ซึ่งลักษณะแบบนี้ที่เห็นได้ชัดเจนก็มี Galaxy Tab รวมถึง iPad ของ Apple ด้วย
6. หน่วยประมวลผล
นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งของ Tablet PC ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนาความแรง เร็วในการประมวลผล ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ไวขึ้น สำหรับหน่วยประมวลผล จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน6.1 CPU
หน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU ถูกพัฒนาความเร็ว มาหลายระดับตั้งแต่ 800 MHz ปัจจุบัน (มกราคม 2555) มีความเร็วในระดับ 1.5 GHz dual core
สำหรับ CPU ที่ใช้ใน Tablet PC มีหลากหลายรุ่น อาทิ
ARM Cortex A8 แบบ Single Core ความเร็ว 1.0 GHz,
Allwinner A10 แบบ Single Core ความเร็ว 1.2 GHz
Oak Trail chip แบบ Single Core ความเร็ว 1.5 GHz
Apple A5 แบบ Dual Core ความเร็ว 1.0 GHz
ARM Cortex A9 แบบ Dual Core ความเร็ว 1.5 GHz
AMD C-50 แบบ Dual Core ความเร็ว 1.0 GHz
nVidia Tegra 2 Dual Core ความเร็ว 1.0 GHz
Intel Atom N450 Single Core ความเร็ว 1.0 GHz
Intel Atom N550 Dual Core ความเร็ว 1.0 GHz
และในปลายปี 2555 CPU ระดับ Quad core ก็จะมีใน Tablet PC ในหลายแบรนด์
6.2 Graphic Core
เป็นหน่วยประมวลผลกราฟิกเพื่อแสดงข้อมูลออกมาบนจอภาพ เป็นอีกสิ่งที่มีการพัฒนาทำให้การแสดงผลมีความละเอียด ตอบสนองในการแสดงผลที่ resolution ระดับ HD ปัจจุบันมี graphic core ที่ใช้ใน Tablet ดังนี้
PowerVR SGX535 ของ intel
AMLogic 8726-M
ATI Radeon HD 6250
Mali-400 OpenGL ES2.0/VG
7. หน่วยความจำชั่วคราว : Ram
เป็นอีกปัจจัยสำคัญของการทำงานใน Tablet PC เหมือนคอมพิวเตอร์ทั่วไป ที่จำเป็นต่อการทำงานในการประมวลผลที่รวดเร็ว ราบรื่น ซึ่งก็มีตั้งแต่ 128 MB 256 MB 512 MB จนถึง 1024 MBซึ่งถ้ามีมากขึ้นก็จะส่งผลให้ทำงานได้ ดียิ่งขึ้น
เป็นอีกสิ่งที่นับเป็นเสน่ห์สำคัญของ Tablet ซึ่งในหลายแบรนด์สามารถให้ระบบเสียงที่มีความสมจริงคมชัด ด้วยระบบที่แตกต่างกันไป อาทิ SRS Sound, แต่สำหรับความดังแล้ว คงดังพอสมควรเท่านั้น ปัจจุบันมีผู้ผลิตระบบเสียงสำหรับต่อพ่วง Tablet PC ที่เห็นมีมากที่สุดก็ใช้กับ iPad ส่วนฝั่ง Andriod ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์ต่างๆ ไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ซึ่งถ้าหากผู้ใช้จะหามาต่อเพิ่มจะต้องซื้อชุดลำโพงโมบายแล้วต่ออกทาง ช่องหูฟัง เท่านั้น
9. หน้าจอและการแสดงผล
ส่วนนี้ถือเป็น interface สำคัญในการติดต่อระหว่าง Tablet PC กับผู้ใช้ ตัวหน้าจอจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ
1. แบบ Resistive
เป็น touchscreen ต้นทุนต่ำ ต้องใช้ของแข็งเช่น Stylus ในการจิ้มสั่งการไม่รองรับ multitouch (แต่อนาคตกำลังมี software ที่สนับสนุนให้ใช้ multitouch ได้)
2. แบบ Capacitive.
เป็นเทคโนโลยีที่มีราคาสูงกว่า Resistive รองรับการใช้นิ้วจิ้มสั่งการแบบ multitouch ที่ตอบสนองได้เร็ว
ส่วนวัสดุ มีการพัฒนาโดยใช้วัสดุที่แตกต่างกันไปอาทิ Sony จะใช้ LED-backlit IPS, ทาง Toshiba ก็ใช้ Regza Resolution ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการแสดงผลในจอทีวีของตนเอง การสัมผัสหน้าจอต้องมีจุดสัมผัสที่ครอบคลุมในทุกตำแหน่งของหน้าจอด้วย(multi touch multi point) ซึ่งในแต่ละแบรนด์จะมีการบ่งบอกคุณลักษณะนี้ อาทิ 5 point Multi Touch
นอกจากนั้นการแสดงผลก็ให้รายละเอียดที่แตกต่างกัน อาทิ
800 x 480 pixels (16:9)
1,024 x768 pixels (16:9)
1,280x800 pixels (16:10)
หัวใจสำคัญอีกประการในส่วนการแสดงผลของ Tablet PC ก็คือ ระบบ Gravity Sensor (G-Sensor) สำหรับตรวจสอบระดับและตำแหน่งแกนการใช้งานของตัวเครื่อง ไม่ว่าท่านจะใช้งานในแนวตั้งหรือแนวนอน ระบบจะทำการปรับหน้าจอมาอยู่ตำแหน่งการแสดงผลข้อมูลให้โดยอัตโนมัติ Tablet PC ส่วนใหญ่ จะรองรับการ sensor 4 แกน แต่ก็มีประเภท 3 แกนก็มี ซึ่งจะมีผลให้การ sensor ทำได้ไม่ไวเท่าที่ควร
ทั้งสองค่ายไม่ว่า iOS ของ Apple กับ Andriod ต่างให้การพัฒนา application สำหรับใช้ใน Tablet ของตนเองอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแบบใช้ฟรี หรือต้องจ่ายค่าใช้งานก็ตาม ณ วันนี้แม้ว่าฝั่งทาง Apple ดูจะมี App รองรับการทำงานที่มากกว่าก็ตาม แต่ด้วยการที่ Andriod เป็น Opensource ก้เป็นส่วนช่วยให้ App ของฝั่ง Andriod มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
11. พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน
จากการที่ Tablet PC มีขนาดค่อนข้างบาง ดังนั้นเพื่อประหยัดพื้นที่ หน่วยเก็บข้อมูลจึงใช้ระบบ Solid state ทั้งหมด ขนาดความจุที่มีอยู่ในปัจจุบัน จะมีตั้งแต่ 8GB, 16GB, 32GB และ 64GB นอกจากนี้ยังมีการนำหน่วยเก็บความจุขนาดใหญ่แบบ harddisk มาใช้ในการเก็บข้อมูล อาทิ Gigabyte รุ่น S-1080 ใช้หน่วยเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ถึง 320 GB เลยที่เดียว
สิ่งนี้นับเป็นปัจจัยอีกประการในการพิจารณาการมีไว้ใช้ เพราะการใช้ Tablet PC ส่วนใหญ่ จะใช้งานแบบพกพา ไม่ได้เสียบสายไฟไว้ ดังนั้น Tablet PC ต้องสามารถทำงานได้ยาวนาน ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากแบตเตอรี่ภายใน ซึ่งค่าความจุพลังงานจะมีแตกต่างกันไป (ตัวเลขมาก ความจุยิ่งมากการใช้งานยิ่งยาวยาน) อาทิ 1,600 mAh, 3250mAh(ใน Lenovo), 4000mAH, 5100mAh(ใน galaxy tab7.7นิ้ว), 6100mAh(ใน galaxy tab8.9นิ้ว), 7000 mAh(ใน galaxy tab10.1นิ้ว) และในอนาคตจะมีขนาดสูงถึง 14,000 mAh(จะมีใช้ใน New iPad)
สำหรับระยะเวลาการใช้งานจะอยู่ 5 - 8 ชั่วโมง นอกจากนี้ Tablet PC ยังต้องมีระบบจัดการพลังงาน เพื่อควบคุมการใช้พลังงานใน mode ที่ระบบตรวจสอบว่าผู้ใช้ไม่ได้ใช้งานอีกด้วย
โปรแกรมอรรถประโยชน์(utility program)
โปรแกรมอรรถประโยชน์ (อังกฤษ: utility program/software) เรียกสั้นๆ ว่า ยูทิลิตี้ เป็นโปรแกรมประเภทหนึ่งที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ ส่วนมากใช้เพื่อบำรุงรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน คุณสมบัติการใช้งานนั้นค่อนข้างหลากหลาย ยูทิลิตี้แบ่งออกเป็นสองชนิดคือ ยูทิลิตี้สำหรับระบบปฏิบัติการ IOS (OS utility program) และ ยูทิลิตี้อื่นๆ (stand-alone utility program)
ยูทิลิตี้สำหรับระบบปฏิบัติการ
- ประเภทการจัดการไฟล์ (File manager)
- ประเภทการถอนโปรแกรม (Uninstaller)
- ประเภทการสแกนดิสก์ (Disk Scanner)
- ประเภทการจัดพื้นที่เก็บข้อมูล (Disk Defragmenter)
- ประเภทรักษาหน้าจอ (Screen Saver)
ยูทิลิตี้อื่นๆ
- โปรแกรมป้องกันไวรัส (Anti Virus Program)
- โปรแกรมไฟร์วอลล์ (Firewall)
- โปรแกรมบีบอัดไฟล์ (File Compression Utility)
แนะนำ android tablet apps เครื่องมือมีประโยชน์ (utilities)
1. Google Drive
เมื่อผมเริ่มต้นใช้งาน Samsung Galaxy Tab เป็นครั้งแรก ผมติดตั้ง Google Drive ลงไปบน android เป็น app ตัวแรก เพราะผมใช้ Google Drive ในการจัดเก็บข้อมูลของผม ไม่ว่าจะเป็น เอกสารที่ได้รับมาจากอีเมลล์, backup รูปภาพที่ถ่ายจากกล้อง tablet และใช้ Google drive สำหรับแชร์ข้อมูล กับคอมพิวเตอร์ เนื่องจาก Google drive เป็น แอพพลิเคชั่นแบบ cross-platform จึงสามารถเข้าใช้งานได้จากทุกที่ เพียงแค่เชื่อมต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต ได้เท่านั้น
เมื่อสมัครใช้งาน Google Drive คุณจะได้รับ พื้นที่จัดเก็บออนไลน์ ฟรี 5 GB
2. Dropbox
Dropbox เป็น บริการ พื้นที่จัดเก็บออนไลน์ ฟรี จำนวน 5 GB เหมือนกับ Google Drive เพื่อจัดเก็บ รูปภาพ, เอกสาร, เพลง MP3, วีดีโอ และเรียกใช้งานได้จากทุกที่ ที่แนะนำให้ติดตั้ง Dropbox เพิ่มเติม เพราะคุณจะได้ พื้นที่สำหรับใช้งานเพิ่มเติมอีก 10 GB จาก ความจุภายใน ที่มาพร้อมกับ tablet
Dropbox สามารถเรียกใช้งานได้จาก คอมพิวเตอร์, iPhone, iPad, android smartphone และ Windows Phone ครับ
ทั้ง Google Drive และ Dropbox จะมีประโยชน์กับคุณมากๆ เวลาที่คุณต้อง restore เครื่องใหม่ หรือซื้อ android ใหม่มาใช้งาน แต่ต้องการ backup ข้อมูลเก็บไว้ก่อน
3. Airdroid
Airdroid จะช่วยให้คุณ สามารถเชื่อมต่อ android tablet กับ คอมพิวเตอร์ ได้ โดยไม่ต้องใช้ สาย USB cable เพียงแค่ เชื่อมต่อ tablet และคอมพิวเตอร์ เข้ากับ wireless network เดียวกัน ก็สามารถเข้าจัดการ android ได้จาก web browser ของ คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการ ติดตั้ง/ถอนการติดตั้ง app, การจัดการ contacts, จัดการ calendar, การย้ายไฟล์/คัดลอกไฟล์ ไปยังคอมพิวเตอร์, ส่ง SMS เป็นต้น
App Backup & Restore เป็น app android ที่มีประโยชน์อย่างมาก อีกตัวหนึ่ง เพราะจะช่วยให้คุณสามารถ backup แอพพลิเคชั่น ที่คุณติดตั้งไว้บน android และเก็บเอาไว้ใน SD card หากบังเอิญ android tablet ของคุณเกิดพังขึ้นมา หรือคุณจำเป็นต้อง reset เครื่องใหม่ คุณจะสามารถ restore กับมาใช้งานได้ในภายหลัง ไม่ต้อง ดาวน์โหลด app ใหม่ทั้งหมด
**จะ backup เฉพาะ application เท่านั้น ไม่ได้ backup app data ด้วย 
Helium จะมาเพิ่มความสามารถให้กับ App Backup & Restore ในส่วนของการ backup app data ได้ด้วย โดยจะสามารถ backup ไว้ได้ทั้งใน SD card หรือ cloud storage และยังมี features ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ การ sync android app กับ เครื่องอื่นๆ ครับ
เปรียบเสมือน Windows Explorer บน คอมพิวเตอร์, Astro Cloud & File manager เป็นเครื่องมือในการจัดการไฟล์ ที่จัดเก็บไว้บน android, SD Card หรือ แม้กระทั่ง รูปภาพบน Facebook และสามารถเชื่อมต่อกับ cloud storage อย่าง Dropbox, Google Drive, Box, Skydrive ได้อีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการจัดการโฟลเดอร์/เอกสาร, ลบ, เปลี่ยนชื่อ, เคลื่อนย้าย, คัดลอก, ZIP หรือแชร์ ไฟล์ก็ทำได้หมด
เป็น application ที่พัฒนา โดย Avast Software ใช้งานได้สารพัดประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น การสแกนหาไวรัส, ฟังค์ชั่น anti-theft ตามหา tablet เมื่อสูญหาย หรือถูกขโมย, การลบข้อมูลจากระยะไกล, การจัดการ แอพพลิเคชั่น ที่ติดตั้งอยู่บนเครื่อง, สแกน และแสดงสิทธิ์การเข้าใช้งานข้อมูลส่วนตัว ของ application ฯลฯ
เป็น android tablet apps เพื่อจัดการการใช้งานแบตเตอรี่ และช่วยประหยัดแบตเตอรี่ ให้สามารถใช้งานได้นานยิ่งขึ้น โดยมี preset การตั้งค่า ประหยัดแบตเตอรี่ ให้เลือกใช้ 5 โหมด โดยคุณไม่จำเป็นต้องไปตั้งค่าอะไรด้วยตนเอง หรือหากต้องการ ก็สามารถกำหนดการตั้งค่าได้ ด้วยตนเองเช่นกัน ครับ
Clean Master เป็น app ทำความสะอาดทั้งหมดในหนึ่งเดียวบน Android App สำหรับแคชทำความสะอาดไฟล์ที่ไม่ได้ใช้ไฟล์ที่เหลือประวัติการค้นหาและปพลิเคชันถอนการติดตั้ง กับปพลิเคชันนี้ผู้ใช้ยังสามารถฆ่างานที่ทำงานและเผยแพร่ RAM มากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโทรศัพท์ของคุณและประหยัดแบตเตอรี่โดยไม่ต้องอนุญาต superuser
10. 3G Watch Dog
ใช้ 3G Watch Dog ในการติดตาม ปริมาณการใช้งาน 3G ของคุณในแต่ละเดือน เหมาะสำหรับ คนที่เลือกใช้ โปรโมชั่น 3G แบบ คิดตามปริมาณการใช้งานเป็น MB หรือ คนที่ต้องการรู้ว่า ในแต่ละเดือน ตนเองใช้ 3G มากเท่าไร คุณสามารถตั้งค่าให้แจ้งเตือนได้ เมื่อ ปริมาณการใช้งาน 3G ไกล้จะเกินกว่าโปรโมชั่นที่ใช้แล้ว และ features การทำงานดีๆ อีกหลายอย่างครับ
Credit : th.wikipedia.org
: androidtabletthailand.com
: mediathailand
Credit Video : jak kas










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น